ขนมสำหรับแมว ควรเลือกแบบไหน และควรระวังอะไรบ้าง

44

นอกจากอาหารหลักแล้ว ขนมสำหรับแมว ก็ถือว่าเป็นอาหารรองที่ผู้เลี้ยงมักจะนำมาป้อนให้กับน้องแมว ไม่ว่าจะเพื่อการเอาอกเอาใจ เพื่อล่อให้มาเล่น หรือเพื่อเสริมสุขภาพ แต่การเลือกขนมก็ควรต้องมีความละเอียดรอบคอบ เพราะอาจจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้ ซึ่งวิธีการเลือก และการให้ขนมแมว ก็มีดังต่อไปนี้

ขนมสำหรับแมว

วิธีเลือก ขนมสำหรับแมว

ส่วนผสม – การเลือกขนมแมวนั้นควรดูระดับแคลอรีไม่ให้สูงมากเกินไปหากน้องอ้วนมากเกินไปก็จะมีผลเสียต่อสุขภาพ สารอาหารต่าง ๆ ควรจะครบถ้วนมีสัดส่วนที่สมดุล ควรเลือกขนมที่ไม่มีส่วนผสมของโซเดียมที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แมวป่วยเป็นโรคไต และไม่ควรมีส่วนผสมของนมเพราะในนมมีแลคโตสสูงอาจจะส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร เกิดอาการท้องเสียได้ รวมไปถึงอาหารอื่น ๆ ที่ควรระวังไม่ให้แมวกินเช่น กาแฟ ช็อกโกแลต องุ่น ลูกเกด แป้งดิบ หอมหัวใหญ่ กระเทียม

กลิ่น  – กลิ่นของขนมถือเป็นสิ่งที่จะช่วยดึงดูดแมวให้อยากกินขนมมากขึ้นเพราะหากเป็นกลิ่นที่น้องไม่ชอบก็อาจจะแค่ดม ๆ แล้วเมินเฉยซึ่งกลิ่นยอดนิยมก็อย่างเช่นกลิ่นปลา กลิ่นชีส หรือกลิ่นนมเป็นต้น

ขนมสำหรับแมว ควรให้บ่อยไหน

ขนมแมวส่วนใหญ่จะถูกผลิตออกมาให้มีพลังงานสูง การให้ทานขนมไม่ควรจะบ่อยมากเกินไปเพราะนอกจากจะทำให้ได้รับแคลอรีสูง ยังทำให้น้องทานอาหารน้อยลง ปริมาณที่เหมาะสมคือไม่ควรเกิน10% ของปริมาณอาหารหลักต่อวัน เพื่อที่ร่างกายของน้องจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน แต่หากเผลอให้กินมากจนเกินไป ก็ให้ลดจำนวนอาหารหลักลงเพื่อให้มีความสัมพันธ์กัน

หากแมวติดขนม ทำยังไงให้เลิกอ้อนขออาหาร

ด้วยรสชาติ และกลิ่นของขนมหากแมวได้กินบ่อย ๆ ก็มักจะติดใจและอ้อนขอกินซึ่งเป็นนิสัยปกติ หากเราใจอ่อนก็อาจจะทำให้น้องกินในปริมาณมากจนเกินไป วิธีแก้ก็ง่ายนิดเดียวคือควรทำใจให้แข็งข้าไว้ แมวก็จะเรียนรู้ได้ว่าการอ้อนขอกินไม่ได้มีผลใด ๆ ก็จะเลิกขอไปเอง

ข้อควรรู้

ถึงแม้ในท้องตลาดจะมีขนมสำหรับลูกแมวมากมาย หากยังเป็นลูกแมวก็ยังไม่ควรให้กิน เพราะจะทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน รวมไปถึงการได้รับแคลอรีที่ไม่จำเป็นอีกด้วย

การให้ ขนมสำหรับแมว ถือเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างความรักความผูกพัน และความสุขให้กับเจ้าของ และน้องแมว แต่ก็ไม่ควรให้บ่อยมากไป ให้หมั่นสังเกตอาหารหลังจากที่กินขนมหากพบว่ามีอาการผิดปกติควรรีบงดทันที เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา