หลายคนอาจนึกว่าการเกณฑ์ทหารเป็นเรื่องของโลกยุคเก่า แต่ความจริงแล้วหลายประเทศยังมองว่าระบบนี้จำเป็นต่อความมั่นคงของรัฐอยู่มาก คำถามเรื่อง ประเทศที่บังคับเกณฑ์ทหาร จึงไม่ได้มีคำตอบแค่ไม่กี่แห่งอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ เพราะถ้านับตามกฎหมายและการบังคับใช้จริง ปัจจุบันยังมีประเทศจำนวนไม่น้อยที่คงระบบนี้ไว้ในรูปแบบต่างกันไป
ประเด็นสำคัญคือ “การเกณฑ์ทหาร” ไม่ได้เหมือนกันทุกประเทศ บางแห่งเรียกเข้าประจำการจริงทุกปี บางแห่งใช้ระบบคัดเลือกเฉพาะบางส่วน บางประเทศบังคับเฉพาะผู้ชาย ขณะที่บางประเทศเริ่มใช้กับทั้งชายและหญิง ข้อมูลจากฐานข้อมูลอย่าง World Population Review, CIA World Factbook และข้อมูลทางการของแต่ละรัฐ มักชี้ตรงกันว่าโลกวันนี้ยังมีมากกว่า 60 ประเทศที่มีกฎหมายเกณฑ์ทหารในบางรูปแบบ แม้นโยบายจะเปลี่ยนแปลงได้เสมอตามสถานการณ์ความมั่นคง
ทำไมหลายประเทศยังไม่ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
เหตุผลหลักมีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ล้วนเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับรัฐบาลของแต่ละประเทศ นั่นคือภัยคุกคามจากประเทศเพื่อนบ้าน ขนาดของประชากร ความพร้อมของกองทัพอาชีพ และแนวคิดเรื่อง “พลเมืองกับการป้องกันประเทศ” โดยเฉพาะประเทศเล็กหรือประเทศที่อยู่ในพื้นที่ตึงเครียด การมีฐานกำลังพลสำรองจำนวนมากยังถูกมองว่าเป็นหลักประกันที่กองทัพอาชีพเพียงอย่างเดียวอาจทดแทนไม่ได้
อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ หลายประเทศไม่ได้รักษาระบบนี้ไว้เพราะต้องการทหารประจำการอย่างเดียว แต่ยังมองว่าการฝึกวินัย ความพร้อมยามฉุกเฉิน และการสร้างกำลังสำรอง เป็นประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ในระยะยาว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแม้โลกจะทันสมัยขึ้น แต่รายชื่อประเทศที่ยังใช้ระบบเกณฑ์ก็ไม่ได้หายไปง่าย ๆ
ประเทศไหนบ้างที่ยังบังคับเกณฑ์ทหาร
รายชื่อต่อไปนี้เป็นประเทศตัวอย่างที่ยังคงใช้ระบบเกณฑ์ทหารตามกฎหมายหรือมีการเรียกเข้ารับราชการจริงในปัจจุบัน โดยรายละเอียดอายุ ระยะเวลารับใช้ และข้อยกเว้นแตกต่างกันมาก
เอเชีย
เอเชียเป็นภูมิภาคที่ยังเห็นการเกณฑ์ทหารชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ใกล้ความขัดแย้งหรือมีแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์สูง
- เกาหลีใต้ บังคับผู้ชายเข้ารับราชการทหาร โดยระยะเวลาขึ้นกับเหล่าทัพ ปัจจัยหลักคือความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ
- เกาหลีเหนือ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการรับราชการภาคบังคับเข้มข้นมาก และมีระยะเวลานานเมื่อเทียบกับหลายประเทศ
- สิงคโปร์ ใช้ระบบ National Service อย่างจริงจัง ครอบคลุมการรับใช้ในกองทัพ ตำรวจ หรือหน่วยป้องกันพลเรือน
- ไต้หวัน กลับมาเพิ่มความเข้มของการรับราชการทหารจากแรงกดดันด้านความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน
- ไทย ยังมีระบบคัดเลือกทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างของประเทศที่บังคับเกณฑ์ทหารในภูมิภาคนี้
- อิสราเอล เป็นกรณีพิเศษเพราะมีการเกณฑ์ทั้งชายและหญิง แม้จะมีข้อยกเว้นตามศาสนา สุขภาพ และสถานะบางประการ
ยุโรป
ยุโรปเคยมีแนวโน้มลดบทบาทการเกณฑ์ทหารหลังสงครามเย็น แต่สถานการณ์ความมั่นคงในช่วงไม่กี่ปีหลังทำให้หลายประเทศกลับมาทบทวนใหม่ บางแห่งฟื้นระบบ บางแห่งรักษาไว้โดยไม่ยกเลิก
- ฟินแลนด์ ใช้ระบบเกณฑ์ทหารเป็นแกนสำคัญของการป้องกันประเทศ และมีกำลังสำรองขนาดใหญ่
- เอสโตเนีย, ลิทัวเนีย และ ลัตเวีย ให้ความสำคัญกับกำลังสำรองมากขึ้นจากบริบทความมั่นคงในยุโรปตะวันออก
- สวีเดน กลับมาใช้การเกณฑ์อีกครั้งในรูปแบบคัดเลือก และเปิดกว้างทั้งชายและหญิง
- นอร์เวย์ ใช้ระบบคัดเลือกเช่นกัน โดยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลักแนวคิดการรับใช้ชาติแบบ gender-neutral ชัดเจน
- เดนมาร์ก, ออสเตรีย และ สวิตเซอร์แลนด์ ยังรักษาระบบเกณฑ์ไว้ แม้รูปแบบการเรียกตัวจะแตกต่างกัน
- กรีซ, ไซปรัส และ ตุรกี ก็ยังมีการเกณฑ์ทหารตามบริบทความมั่นคงของตนเอง
ตะวันออกกลางและแอฟริกา
ภูมิภาคนี้มีทั้งประเทศที่ใช้การเกณฑ์แบบเข้มงวดและประเทศที่ใช้เพื่อสร้างฐานกำลังสำรอง
- อียิปต์ และ อิหร่าน ยังคงมีการเกณฑ์ผู้ชายตามกฎหมาย
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ กาตาร์ มีระบบรับใช้ชาติที่ชัดเจนขึ้นในช่วงหลัง
- เอริเทรีย มักถูกพูดถึงบ่อยเพราะระบบรับใช้ชาติที่ยาวนานและเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชน
อเมริกาใต้
ในลาตินอเมริกา หลายประเทศหันไปพึ่งกองทัพอาชีพมากขึ้น แต่ก็ยังมีบางประเทศที่คงกฎหมายเกณฑ์ทหารไว้
- บราซิล มีกฎหมายบังคับขึ้นทะเบียนและรับราชการสำหรับผู้ชาย แม้ในทางปฏิบัติจะไม่ได้เรียกทุกคนเข้าประจำการ
- บางประเทศยังคงข้อกำหนดในทางกฎหมาย แต่การใช้จริงอาจจำกัดหรือเลือกเฉพาะบางส่วน
คำว่า “บังคับเกณฑ์ทหาร” เหมือนกัน แต่ระบบไม่เหมือนกัน
ตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนมักมองข้าม เพราะต่อให้ใช้คำเดียวกัน แต่โครงสร้างจริงต่างกันมาก จึงไม่ควรเหมารวมว่าทุกประเทศเผชิญประสบการณ์แบบเดียวกัน
- เกณฑ์เต็มรูปแบบ เรียกเข้าประจำการจริงเป็นจำนวนมากทุกปี
- เกณฑ์แบบคัดเลือก มีกฎหมายบังคับ แต่เรียกเพียงบางส่วนตามความจำเป็น
- เน้นกำลังสำรอง ฝึกช่วงหนึ่ง แล้วกลับไปเป็นกำลังสำรองระยะยาว
- บังคับเฉพาะผู้ชาย หรือทั้งสองเพศ ข้อนี้แตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ
เพราะฉะนั้น เวลาพูดถึง ประเทศที่บังคับเกณฑ์ทหาร สิ่งที่ควรถามต่อไม่ใช่แค่ว่า “มีหรือไม่มี” แต่คือ “บังคับแบบไหน” และ “รัฐใช้เหตุผลอะไรในการคงระบบนั้นไว้” คำตอบสองข้อนี้ต่างหากที่ทำให้เราเข้าใจภาพรวมของโลกได้ลึกกว่าเดิม
แนวโน้มโลกกำลังไปทางไหน
ภาพรวมของโลกไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียว บางประเทศยกเลิกการเกณฑ์เพราะเห็นว่ากองทัพอาชีพมีประสิทธิภาพกว่า ลดภาระงบประมาณ และสอดคล้องกับสิทธิเสรีภาพของพลเมืองมากกว่า แต่ในอีกฝั่งหนึ่ง ความตึงเครียดด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในยุโรปตะวันออก เอเชียตะวันออก และตะวันออกกลาง กลับทำให้หลายรัฐบาลลังเลจะเลิกระบบนี้ หรือแม้แต่รื้อฟื้นมันขึ้นมาใหม่
นั่นทำให้คำถามว่าโลกสมัยใหม่ยังต้องมีการเกณฑ์ทหารหรือไม่ ไม่มีคำตอบตายตัว บางประเทศมองว่าไม่จำเป็นแล้ว ขณะที่บางประเทศมองว่าถ้าเลิกตอนนี้เท่ากับลดความพร้อมของชาติลงอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป
หากถามสั้น ๆ ว่าโลกวันนี้ยังมีประเทศไหนบ้างที่บังคับเกณฑ์ทหาร คำตอบคือ ยังมีอยู่มากกว่าที่หลายคนคิด ตั้งแต่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย อิสราเอล ฟินแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ กรีซ ตุรกี อียิปต์ อิหร่าน ไปจนถึงบราซิล แต่รายละเอียดของแต่ละประเทศไม่เหมือนกันเลย
ท้ายที่สุด ประเด็นนี้น่าสนใจตรงที่มันสะท้อนมากกว่าการทหาร มันสะท้อนวิธีคิดของรัฐต่อความมั่นคง หน้าที่พลเมือง และความกลัวต่ออนาคตของตัวเองด้วย บางทีคำถามที่น่าคิดต่อจากรายชื่อประเทศเหล่านี้ อาจไม่ใช่แค่ว่าใครยังเกณฑ์ทหารอยู่ แต่คือ โลกกำลังกลับมาให้คุณค่ากับ “กำลังสำรองของชาติ” มากขึ้นอีกครั้งหรือเปล่า




































